Home
รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี
ซีรี่ย์ต่างชาติ
รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี
โพสต์เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2023 5:34 pm
56 views โดย Jack

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

review sweet tooth netflix ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี เรื่อง Sweet Tooth 2021 เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากคอมมิกในชื่อเดียวกันของ เจฟฟ์ เลอไมร์ จากค่าย DC Vertigo เรื่องราวครึ่งคนครึ่งกวาง การผจญภัยของไฮบริดท่ามกลางโลกหลังภัยพิบัติ หากชอบดู ซีรี่ย์ต่างชาติ แนวนี้ สามารถไปติดตามรับชม ดูหนังใหม่ เต็มเรื่อง HD ได้ที่นี่ คลิกเลย

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

รีวิว Sweet Tooth เรื่องราวของ Sweet Tooth เริ่มต้นขึ้นเมื่อจู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์โรคระบาดขึ้นและพรากชีวิตของผู้คนไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นตามมาไม่หยุด เมื่อเหล่าเด็กทารกแรกเกิดเริ่มกลายร่างเป็นไฮบริดหรือพวกครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างไม่ทราบสาเหตุ และด้วยความชุลมุนวุ่นวายที่ไม่อาจควบคุมได้ โลกก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความพินาศในที่สุด จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 10 ปี โลกที่เหมือนจะหยุดนิ่งมานานก็ค่อยๆ กลับมาเคลื่อนที่อีกครั้ง เมื่อ กัส (คริสเตียน คอนเวอรี) ไฮบริดลูกครึ่งกวางที่เติบโตและอาศัยอยู่ท่ามกลางผืนป่าอันสงบสุข ได้พบกับ เจพเพิร์ด (นอนโซ อะโนซี) ชายพเนจรร่างใหญ่โดยบังเอิญ กัสจึงอ้อนวอนขอให้เจพเพิร์ดช่วยเขาตามหาแม่ของตัวเองตามที่ ริชาร์ด (วิลล์ ฟอร์เท) พ่อผู้ล่วงลับได้ทิ้งเบาะแสสำคัญไว้ให้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยเพื่อตามแม่ของกัสบนโลกสีเทาอันกว้างใหญ่ พร้อมกับต้องคอยหลบหนีการตามล่าของกองกำลังลาสต์เมนที่กำลังไล่ล่าเหล่าไฮบริด โดยซีรีส์จะแบ่งเส้นเรื่องออกเป็น 3 เส้นเรื่องใหญ่ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นภาพรวมของโลกใน Sweet Tooth ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่ การเดินทางตามหาแม่ของกัสและเจพเพิร์ด, เรื่องราวของ เอมี (ดาเนีย รามิเรซ) หญิงสาวที่ได้พบกับ เวนดี้ เด็กสาวไฮบริดครึ่งหมู และเรื่องราวของ หมอสิงห์ (อะดีล อัคห์ตาร์) ที่กำลังหาวิธีรักษาโรคร้ายเพื่อช่วยเหลือภรรยา

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

เรื่องย่อซีรี่ส์ Sweet Tooth

ขึ้นชื่อว่าเป็นซีรีส์ sweet tooth เรื่องย่อ ที่บอกเล่าเรื่องราวของโลก Post-Apocalypse องค์ประกอบที่สำคัญมากๆ สำหรับภาพยนตร์หรือซีรีสแนวนี้ คือการเซ็ตติ้งภาพรวมของโลกให้น่าดึงดูดและแตกต่างไปจากผลงานอื่นๆ ทั้งรูปแบบสังคมที่เกิดขึ้นใหม่หลังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ สภาพแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน รวมถึงการวางปมปริศนาสำคัญที่ชักจูงให้ตัวละครหลักต้องหาคำตอบ หากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกปูมาอย่างแข็งแรงมากพอ ซีรีส์ก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดให้ผู้ชมติดตามเรื่องราวไปจนจบได้อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่ง Sweet Tooth เซ็ตติ้งองค์ประกอบเหล่านี้ได้ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว ไล่เรียงตั้งแต่การกำเนิดขึ้นของเด็กครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างไฮบริดที่โดดเด่นทั้งในแง่การออกแบบคาแรกเตอร์และการมีบทบาทสำคัญภายในเรื่อง กองกำลังลาสต์เมนที่ปกครองสังคมแบบเผด็จการ รวมถึงโรคระบาดปริศนาที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด และด้วยความประจวบเหมาะกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันพอดิบพอดี มันจึงยิ่งส่งให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมไปกับเหตุการณ์ที่ตัวละครกำลังเผชิญได้อย่างไม่ยากเย็น

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดซีรี่ส์ Sweet Tooth

จุดเด่นข้อต่อมาที่เราชื่นชอบเป็นการส่วนตัว sweet tooth season 1 คือการที่ผู้กำกับบาลานซ์ ‘ความดาร์ก’ และ ‘ความฟีลกู๊ด’ ของเนื้อเรื่องออกมาได้อย่างกลมกล่อม ผ่านเส้นเรื่องของกัสที่เป็นตัวแทนของเด็กที่มองโลกสีเทาๆ ด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังบวก ในขณะที่เส้นเรื่องของหมอสิงห์ทำหน้าที่ถ่ายทอดมุมมองโลกของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหมองหม่น เจ็บปวด และเห็นแก่ตัวออกมาอย่างสุดโต่ง เสมือนเป็นหนังคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง เช่น การที่กัสเชื่อมั่นว่าเจพเพิร์ดคือ ‘คนดี’ ที่พร้อมจะช่วยพาเขาไปพบแม่ของตัวเองได้ โดยที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวเบื้องหลังของเจพเพิร์ดมาก่อนเลยแม้แต่น้อย อีกด้านหนึ่ง หมอสิงห์ผู้มีปณิธานอันแรงกล้าที่อยากจะช่วยเหลือผู้คน แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มบีบบังคับให้เขาต้องจนมุม เขาจึงต้องตัดสินใจกระทำบางสิ่งที่ขัดต่อปณิธานของตัวเองเพื่อความอยู่รอด  สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ส่งให้ Sweet Tooth สามารถเอาชนะใจผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด เพราะเรื่องราวของกัสและตัวละครทุกตัวภายในเรื่องต่างกำลังทำหน้าที่สะท้อนภาพของ ‘โลกที่เราอยากให้เป็น’ และ ‘โลกความจริงที่เราไม่อาจหลีกหนี’ ออกมาได้อย่างแจ่มชัด

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

ขณะเดียวกัน sweet tooth season 2 ก็ไม่ลืมที่จะสอดแทรกความหวังเล็กๆ ไว้ตรงกลางระหว่างความฟีลกู๊ดชวนฝันและความดาร์กอันหมองหม่น ผ่านเรื่องราวของตัวละครเจพเพิร์ดที่ต้อง ‘จำใจ’ ฝ่าภัยอันตรายมากมายเพื่อช่วยเหลือกัส ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ที่ถูกโลกสีเทาๆ ใบนี้ค่อยๆ บีบคั้นให้เรากลายเป็นคนที่เราไม่อยากเป็น เพื่อบอกกับทุกคนว่า เราคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงโลกสีเทาๆ ใบนี้ให้กลายเป็นโลกที่อยากให้เป็นได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้  แน่นอนว่าประเด็นเหล่านี้มักจะถูกบอกเล่าผ่านภาพยนตร์และซีรีส์มาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่เพราะโลกความจริงมักจะโหดร้ายกับทุกคนเสมอ ภาพยนตร์และซีรีส์เหล่านี้จึงเปรียบเสมือนพลังใจสำคัญที่คอยช่วยผลักดันให้เราสามารถดำเนินชีวิตบนโลกนี้ต่อไปได้

โปรดักชัน ฉาก แสง เงา ทุกอย่างจัดเต็ม Everything

นอกจากความพิถีพิถันของโปรดักชันที่ทำฉาก และถ่ายภาพจัดแสงได้สวยงามมากเรื่องหนึ่งแล้ว ที่ต้องชมต่อคืองานเทคนิคพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกส่วนที่เป็นอวัยวะสัตว์บนตัวละครนั้นทำได้เหมือนจริงมาก แม้ซีจีฉากใหญ่ ๆ จะยังมีรอยแผลฉากลอยให้เห็นบ้างแต่ก็ไม่กระเทือนสายตามากนัก โดยรวมต้องบอกว่าดีกว่ามาตรฐานเน็ตฟลิกซ์ทั่วไปเลยทีเดียว

มาส่วนที่ชอบที่สุดของซีรีส์ คงไม่พ้นการเล่าเรื่อง ที่ผู้สร้างสรรค์โปรเจ็กต์อย่าง จิม มิกเคิล (Jim Mickle) ที่เคยมีผลงานไซไฟไทม์ไลน์ซับซ้อนอย่าง ‘In the Shadow of the Moon’ (2019) ทางเน็ตฟลิกซ์มาการันตีฝีมือแล้ว เขายังทำงานร่วมกับ เลอไมร์ เขียนบทซีรีส์ออกมาแบบให้ความเคารพต้นฉบับสุด ๆ แต่ก็ยังไม่ลืมปรับให้เหมาะสมกับการฉายสตรีมมิ่งที่ผู้ชมหลากหลายขึ้นด้วย ทำให้ได้ผลงานที่ต้องบอกว่ามีครบทุกรส ไม่หม่นจนอึดอัด แต่ก็ไม่ใสอินโนเซนส์จนน่าเบื่อ

ใครได้ชมคงรู้สึกว่าอารมณ์ซีรีส์มีความหลากหลายมาก ซึ่งดูเหมือนเสี่ยงที่จะเล่าออกมาแล้วเละเทะ แต่เปล่าเลย ซีรีส์คุมธีมของแต่ละตอนได้ดีมาก บางตอนมาแนวฟีลกู้ดเรียกร้องการผจญภัย บางตอนมาแนวไซโคดราม่าได้เฉย บางตอนก็กลายเป็นแนวแอ็กชันมัน ๆ บางตอนก็เน้นบทสนทนาที่เสียดสีจิกกัดจนต้องทึ่ง อันนี้ชื่นชมจริง ๆ ว่าพาเราไปอิ่มทุกอารมณ์แล้วยังไม่เสียภาพรวมเรื่องที่ก็ยังตั้งคำถามเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต ให้ข้อคิดแบบดีมาก ๆ น่าศึกษาวิธีการทำบทเหมือนกัน

รีวิว Sweet Tooth | ซีรีส์อเมริกันแนวระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี

รีวิว Sweet Tooth ถ้าชอบวิธีการเล่าเป็นอันดับหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าอันดับสองยกให้ การคัดเลือกนักแสดง และการแสดงของเหล่าตัวนำนี่ล่ะ โดยเฉพาะเจ้าหนูกวางกัส หรือจอมเขมือบของหวาน ที่เป็นชื่อเรื่อง ซึ่งได้นักแสดงเด็กอย่าง คริสเตียน คอนเวรี (Christian Convery) ที่แปลกใจมากว่าทำไมถึงเพิ่มมาแจ้งเกิดกับเรื่องนี้ คือพูดตามตรงว่ายากมากที่จะไม่หลงรักตัวละครกัสเพราะการแสดงของน้องคอนเวรีนั้น ใสซื่อ แต่ก็มีมิติที่น่าสนใจ ทั้งน่าเอ็นดู ทั้งน่าเอาใจช่วยไปพร้อมกัน คือดีมาก (และคงต้องรวมถึง กัส ตอนเด็กที่ได้นักแสดงเด็กอย่าง นิกสัน บิงลีย์ (Nixon Bingley) มาแสดงด้วย)

ส่วนนักแสดงสมทบตัวหลัก 2 คนที่เหมือนคนละด้านของมนุษย์อย่าง เจปป์ อดีตนักฆ่ากลับใจที่แสดงโดยพ่อหนุ่มผิวดำร่างบึ้กแต่ดวงตาอ่อนโยนอย่าง นอนโซ แอนโนซี (Nonso Anozie) กับ แบร์ หัวหน้ากลุ่มพิทักษ์มนุษย์พันธุ์ผสม ที่ได้นักแสดงเด็กมากฝีมืออย่าง สเตฟาเนีย ลาวี โอเวน (Stefania LaVie Owen) มารับบท ถึงด้านภาพลักษณ์จะดูคอนทราสต์จัด ๆ แต่ปรากฏว่า กลุ่ม 3 ตัวละครนี้เคมีโดยรวมดีมาก และน่าสนใจทีเดียวเวลาที่เกิดข้อขัดแย้งเบา ๆ ในกลุ่ม เพราะแต่ละคนก็เป็นตัวแทนทัศนคติแบบที่เราเห็นทั่วไปของมนุษย์ซึ่งมองคนละมุม แล้ว กัส ก็เป็นเหมือนความบริสุทธิ์ที่พูดถึงทุกอย่างได้อย่างไร้อคติจนเราสะอึกในความคิดของเราในบางครั้งทีเดียว

อีกพาร์ตหนึ่งที่ซีรีส์ตัดสลับไปเล่าอยู่บ่อยครั้ง คือเรื่องราวของ เอมี สาวนักจิตวิทยาที่รู้สึกว่าการล่มสลายของสังคมคือการได้เป็นอิสระจากชีวิตในห้องสีเหลี่ยมแสนน่าเบื่อ นำแสดงโดย ดาเนีย รามิเรซ (Dania Ramirez) นักแสดงสาวที่มีผลงานมาหลากหลายแนว ตัวละครเธอดูเหมือนจะเริ่มดูน่าสนใจขึ้นเมื่อได้พบกับโชคชะตาใหม่ที่เดินทางมาหาเธอถึงหน้าสวนสัตว์ที่เธอเข้ายึดครอง พาร์ตนี้อาจไม่ได้น่าสนใจมีเสน่ห์แบบของตนเองมากนัก แต่กลับเป็นส่วนเติมเต็มและต่อเชื่อมเส้นกับพาร์ตอื่น ๆ ให้ซีรีส์มีความกลมมากขึ้น โดยเฉพาะการทำให้เห็นโฉมหน้าของกลุ่มลาสต์แมนที่ออกไล่ฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์ได้ชัดเจนขึ้น หลังจากโปล่มาเป็นระยะ ๆ ตลอดเรื่องแล้ว

นอกจากนั้นที่รู้สึกอีกคือ ซีรีส์เลือกเพลงได้มีพลังเหมาะกับอารมณ์ของเรื่องในแต่ละตอนดี และเสียงบรรยายในเรื่องที่ได้ เจมส์ โบรลิน (James Brolin) นักแสดงรุ่นเก๋ามาบรรยาย ทำให้ได้กลิ่นแบบนิทานที่ฟังแล้วอุ่นใจเหมือนมีญาติผู้ใหญ่มาเล่าให้ฟัง สิ่งที่น่าเสียดายคงมีเพียงอย่างเดียวสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ คือ จบตอนสุดท้ายได้ค้างคามาก เราคงต้องรอกันอีกระยะกว่าจะได้รู้ชะตากรรมของตัวละครแต่ละตัวที่ตอนนี้ก็พีค ๆ กันทั้งนั้นเลยทีเดียว

รีวิว Sweet Tooth สิ่งที่ประทับใจในซีรี่ส์

  • แสง สี : คุมโทนจุดฉากสำคัญของเรื่องได้ดี ไม่หลุดธีมและยังมีการผสมผสาน โทนดิบ ๆ หนึ่งเอกลักษณ์ของหนังสหรัฐสไตล์ความวุ่นวายของบ้านเมือง
  • เสียง : ด้านเสียงก็ดีไม่ผิดหวัง มีทั้งเสียงบรรยายอันนี้ชอบมาก ๆ เหมือนมีคนเล่านิทานให้ฟัง เพลงประกอบก็ไพเราะ เสียงธรรมชาติต่าง ๆ ก็ดีหมด
  • คอสตูม : สัญลักษณ์อักษรแผลเป็นบนตัวนักแสดง เนียนอยู่ / ด้านเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นสัตว์ของ ไฮบริด ด้วยความที่มีการเคลื่อนไหว ไม่ได้แข็งกระด้าง ทำให้เรารู้สึกว่าด้านคอสตูมก็ปานกลางพอใช้ได้ รู้สึกว่าเป็นคอสตูมที่มีชีวิตจริง ๆ แม้ว่าไม่ได้อลังการมากมายก็ตาม

  • ซีรีส์เรื่อง: Sweet Tooth / สวีททูธ
  • ผู้สร้าง: Jim Mickle, Beth Schwartz
  • นักแสดง: Nonso Anozie, Christian Convery, Stefania LaVie Owen,​ Dania Ramirez, Aliza Vellani, Dania Ramirez
  • แนว/ประเภท: Action, Adventure, Drama, Fantasy, Sci-Fi
  • จำนวนตอน: ซีซัน 1 จำนวน 8 ตอน

รีวิว The Gifted นักเรียนพลังกิฟต์ – ซีรีส์ไทยวัยรุ่น แฟนตาซีวิทยาศาสตร์

ค้นหา

รวมรีวิวหนัง

เว็บไซต์ที่พูดคุย แนะนำ ทั้งภาพยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศ และยังรวมไปถึงซีรี่ฝรั่ง ซีรี่เกาหลี ที่น่ารับชม ก็จะถูกรวบรวมไว้ในเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ใหม่เพิ่งเข้าโรง เราก็มีบทวิเคราะห์และแนะนำให้คุณรับชมบทความรีวิวก่อนใคร เพื่อให้ทุกท่านได้อ่านและได้รับข้อมูลข่าวสารก่อนใคร ทั้งหนังไทยและหนังต่างประเทศ ไปจนทั้งหนังเก่า หนังที่หาดูยาก เราก็จะนำบทวิเคราะห์มาแชร์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รีวิวและสปอยหนังน่าดูทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์ หรือละคร รวมบทความรีวิวหนัง

รีวิวภาพยตร์ รวมหนังดัง

รีวิวอนิเมะ

รีวิวหนังใหม่

เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี

YOU MAY HAVE MISSED
รีวิว PIT BABE THE SERIES 2023 ซีรีส์วาย ดราม่า โรแมนติก
บทความรีวิวหนัง
รีวิว PIT BABE THE SERIES 2023 ซีรีส์วาย ดราม่า โรแมนติก
5 ธันวาคม 2023 11:38 pm
รีวิวหนัง Beast สัตว์-ร้าย
บทความรีวิวหนัง
รีวิวหนัง Beast สัตว์-ร้าย
29 สิงหาคม 2022 9:36 pm
รีวิว ล่าหัวใจมังกร Back From the Brink | ซีรีส์จีนแนวโรแมนติก คอมเมดี้
ซีรี่ย์ต่างชาติ
รีวิว ล่าหัวใจมังกร Back From the Brink | ซีรีส์จีนแนวโรแมนติก คอมเมดี้
16 พฤศจิกายน 2023 5:14 pm
รีวิวการ์ตูน Ne Zha นาจา
การ์ตูน
รีวิวการ์ตูน Ne Zha นาจา
24 พฤษภาคม 2022 7:05 pm